5 อุปกรณ์ที่ต้องมี สำหรับการรับถ่ายภาพสินค้าแบบมืออาชีพ ในราคาประหยัด

การรับถ่ายภาพสินค้ากลายมาเป็นแนวภาพถ่ายหลักอีกแนวหนึ่งสำหรับช่างภาพหลายๆ คน นั่นก็เพราะความต้องการรูปสินค้าสวยๆ สำหรับโปรโมทบนหน้าเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์เพิ่มมากขึ้นนั่นเอง ดังนั้นช่างภาพหลายๆ คนจึงต้องหมั่นศึกษาเทคนิคและเคล็ดลับการรับถ่ายภาพสินค้าให้ออกมาสวยและเหมาะสมกับหน้าร้านที่แตกต่างกันออกไปอยู่เสมอ นอกจากนี้อีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้เมื่อต้องการถ่ายภาพสินค้าก็คืออุปกรณ์ที่เหมาะสม เพราะการใช้อุปกรณ์ที่ดีและเหมาะกับลักษณะงานจะทำให้รูปถ่ายที่ออกมาดูมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้นนั่นเอง

สำหรับใครที่อยากลงทุนน้อยๆ แต่ได้ภาพสวยๆ สามารถนำไปใช้ได้จริง วันนี้เราจะนะเสนออุปกรณ์ที่ต้องมี สำหรับการรับถ่ายภาพสินค้าแบบมืออาชีพ ในราคาเอื้อมถึงได้

กล้องถ่ายรูปและเลนส์ที่เหมาะสม

กล้องถ่ายรูปและเลนส์คืออุปกรณ์สำคัญของช่างภาพที่ขาดไปไม่ได้ ในส่วนของกล้อง ขึ้นอยู่กับว่านำภาพไปใช้ในลักษณะไหน ต้องปริ้นท์ใหญ่ๆ หรือเปล่า แต่ส่วนมากร้านค้าปัจจุบันก็อยากได้ไฟล์ใหญ่ๆ เลยแนะนำว่าควรมีความละเอียดอย่างน้อย 16 ล้านพิกเซลขึ้นไป ซึ่งกล้องระดับ Entry-level ประมาณ 2 หมื่นบาทก็สามารถใช้งานได้แล้ว

ส่วนเลนส์ การถ่ายสินค้าใน Light Box หรือ Light Tent ก็จะเป็นขนาดเล็ก ควรใช้เลนส์ที่สามารถเข้าใกล้วัตถุได้มาก ถ้ามีเลนส์มาโครก็ดี หากไม่มีก็สามารถใช้เลนส์ที่มีทางยาวโฟกัส (focal length) สูงๆ เพื่อถ่ายระยะไกล ทดแทนไปได้

ฉากหลัง

หากคุณคือช่างภาพสายประหยัด การทำฉากหลังด้วยตัวเองสามารถทำได้ด้วยการใช้กระดาษแข็งหรือผ้าสีดำ สีขาว หรือสีอื่นๆ เพื่อใช้เป็นฉากสำหรับการถ่ายภาพ ฉากหลังนอกจากจะช่วยให้สินค้าที่เราถ่ายมีความโดดเด่นขึ้นมาแล้ว ยังช่วยให้การนำไปไดคัทหรือตัดต่อทำได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

ขาตั้งกล้องและสายลั่นชัตเตอร์

เพื่อความคมชัดของภาพ และความสะดวกในการถ่าย ควรใช้ขาตั้งกล้อง และสายลั่นชัตเตอร์ หากไม่มีสายลั่นชัตเตอร์ ก็สามารถตั้งเวลาถ่ายได้ เพราะเราต้องถ่ายที่ ISO น้อยๆ ทำให้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำลง ในสภาพแสงไม่มากนัก เมื่อเราถ่ายที่ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ ตอนกดชัตเตอร์ที่ตัวกล้องอาจสั่น ทำให้ภาพเบลอได้
และขาตั้งกล้อง ควรเลือกรุ่นที่สามารถ ปรับให้ถ่ายมุมสูง (Top view) ได้

กล่องแสง

หากใครที่มีงบประมาณก็สามารถเพิ่มความสะดวกสบายในการถ่ายภาพด้วยการลงทุนซื้อหรือทำกล่องแสง (Light Box หรือ Light Tent ) ด้วยตัวเองเพื่อนำมาใช้เป็นสตูดิโอขนาดเล็กได้ ราคาก็จะตามขนาด การใช้กล่องแสงจะช่วยให้เราถ่ายรูปสิ่งของต่างๆ ออกมาได้สวย และสามารถนำไปปรับแต่งต่อได้ง่ายขึ้น และเราสามารถใช้โคมไฟในการจัดแสงตามลักษณะภาพที่ต้องการได้ หรือจะใช้แบบพับเก็บได้สำเร็จรูปก็มี

แท่นหมุนแบบ 360 องศา

เทรนด์การถ่ายรูปสินค้านั้นเปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอเพื่อรองรับกับฟีเจอร์ใหม่ๆ บนโซเชียลมีเดีย และล่าสุดก็คือการถ่ายภาพแบบ 360 องศา ทำให้ช่างภาพหลายคนเลือกใช้อุปกรณ์อย่างแท่นหมุนมาเป็นตัวช่วย การใช้แท่นหมุนนั้นทำให้เราสร้างรูปถ่าย 360 องศาออกมาได้สวยงาม ชัดเจน และต่อเนื่อง และเห็นครบทุกมุม ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการหมุนสินค้าเพื่อถ่ายรูปด้วยตัวเอง หากใครอยากประหยักก็ซื้อของจาก IKEA มาทำเองก็ได้ตามวีดีโอด้านล่างนี้

การถ่ายภาพสินค้าต้องอาศัยความรู้ ทักษะ ประสบการณ์และฝีมือในการถ่ายไม่น้อยไปกว่างาน Portrait หรือการถ่ายภาพแนวอื่นๆ เพราะฉะนั้นอย่าลืมฝึกฝนฝีมืออยู่เสมอและเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เพื่อให้คุณสามารถถ่ายรูปสินค้าต่างๆ ออกมาได้สวยแบบมืออาชีพ โดนใจพ่อค้าแม่ค้าทุกคนนะค

การเลือกเรียนทำอาหารให้ประสบความสำเร็จ

หากคุณเป็นคนที่ชอบทำอาหาร หรือมีใจรักในการทำอาหาร และสนใจที่จะประกอบธุรกิจภัตตาคาร หรือร้านอาหารแล้วล่ะก็ การเลือกเรียนวิชาที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์ทางด้านนี้ จากโรงเรียนสอนทำอาหาร น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีอย่างหนึ่ง ที่ช่วยให้คุณสามารถเข้าใจอย่างลึกซึ้งในศาสตร์ของการประกอบอาหาร

แม้บางคนอาจบอกว่า การเรียนทำอาหารจะไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรนัก เพียงแค่หาผู้ที่มีความชำนาญสักคนมาสอน ก็อาจทำให้เรากลายเป็นเชฟเก่งกาจได้ แต่ในปัจจุบัน การเรียนวิชาหนึ่งๆ ที่ได้รับการรับรอง จะเปรียบเสมือนใบเบิกทางในการประกอบอาชีพ เช่นเดียวกับการเรียนทำอาหาร จากโรงเรียนสอนทำอาหาร ซึ่งคุณจะได้เรียนรู้ตั้งแต่คุณสมบัติของวัตถุดิบในการประกอบอาหาร ไปจนถึงเคล็ดลับในการทำอาหารให้มีรสชาติเยี่ยมยอด เมื่อคุณจบการศึกษา ใบรับรองจากสถาบันเหล่านั้น จะเป็นสิ่งยืนยันว่า คุณมีความรอบรู้ในศาสตร์ดังกล่าวอย่างแท้จริง

ในปัจจุบัน เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น การเรียนการศึกษาในขณะนี้ ก็ยังได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นด้วยเช่น การนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ ประยุกต์ร่วมกับการเรียนรู้ศาสตร์ในการทำอาหาร จะช่วยให้คุณสามารถเรียนรู้ได้รวดเร็ว และได้รับความมากขึ้นกว่าการเรียนรู้ในตำราแบบเดิมๆ อีกด้วย เพราะฉะนั้น หากคุณต้องการเลือกสถาบันสอนทำอาหาร ที่ช่วยให้คุณเข้าใจศาสตร์ของการทำอาหารอย่างลึกซึ้ง ควรสอบถามรายละเอียด หรือสืบค้นข้อมูลการเรียนการสอนของสถาบันดังกล่าว เพื่อให้ทราบถึงวิธีการสอนของสถาบันนั้น หากมีการเรียนทางทฤษฎี ร่วมกับการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยให้การทำอาหารของคุณมีมาตรฐาน และมีคุณภาพมากขึ้น สถานบันดังกล่าว ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี ในการก้าวสู่ความเป็นเชฟผู้มีความชำนาญของคุณในอนาคต

ชื่อเสียงของสถาบันการศึกษา เป็นปัจจัยหนึ่ง ที่เรามักเลือกเข้าศึกษาในสถาบันนั้นๆ เพราะมันเปรียบเสมือนการการันตีว่า สถาบันที่ดีมีชื่อเสียง จะช่วยสร้างตัวเราให้มีความรู้ความสามารถ และได้การยอมรับจากนานาชาติ เช่นเดียวกับการเลือกโรงเรียนสอนทำอาหาร ยิ่งโรงเรียนนั้นมีชื่อเสียง และได้รับความนิยมมานมนาน จะเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า เมื่อคุณจบการศึกษามาจากที่นั่น คุณจะเป็นผู้ที่มีความชำนาญในการทำอาหาร เพราะสถาบันที่คุณจบมา ได้รับการยอมรับจากทั่วทุกสารทิศ และมีหลักสูตรการสอนที่มีมาตรฐาน ดังนั้น หากคุณกำลังหาโรงเรียนสอนทำอาหารดีๆ สักที่หนึ่ง ลองสอบถามถึงความเห็นของผู้คนจากที่ต่างๆ ที่มีต่อสถาบันนั้น หรือค้นหารายละเอียดและประวัติของสถาบันที่คุณสนใจ เพื่อพิจารณาถึงคุณภาพและหลักสูตรการเรียนการสอน ที่ควรได้รับการยอมรับจากสากล http://www.mlpuang.com/